http://konthaitamdee.igetweb.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com
 

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

สถิติ

เปิดเว็บ17/04/2010
อัพเดท17/04/2010
ผู้เข้าชม73,748
เปิดเพจ148,162

ปฏิบัติธรรม

Alternative content

iGetWeb.com

กรรมฐานเปิดโลก วัดเขาสมโภชน์ จังหวัดลพบุรี

Image

วัดเขาสมโภชน์
เลขที่ 11 หมู่ 5 ต.บัวชุม
อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี 15130
ตู้ ปณ. 10 ลำนารายณ์ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี 15130
โทรศัพท์ 036-422-777, 036-451-725


พระครูภาวนาวิสุทธิ (ผิว วณฺณคุตฺโต) เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน
มีฐานะเป็นศิษย์เอกของหลวงพ่อคง จตฺตมโล


หลวงพ่อคง จตฺตมโล อดีตประธานสงฆ์



* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

วิธีการปฏิบัติ : นั่งสมาธิภาวนาแบบ “ธรรมะเปิดโลก”
(หลายใจแรงๆ เข้า ออก-เข้า ออกๆ)


ขอแนะนำวัดเขาสมโภชน์ เพราะว่าวัดนี้เป็น การปฏิบัติกรรมฐานแบบเปิดโลก (การเปิดให้เห็นทั้ง 3 โลก แบบที่พระพุทธเจ้าเคยแสดงในวันที่พระองค์เสด็จลงมาจากการขึ้นไปโปรดพุทธ มารดา) แต่ที่วัดนี้ คำว่า เปิดโลก ไม่ใช่ว่าสามารถทำได้อย่างพระพุทธเจ้า แต่เป็นการให้นั่งดูกรรมตัวเอง ดูว่าที่เราปวดหัว ปวดเข่า เป็นอะไร เพราะว่าอะไร อย่างบางคนเห็นตัวเองเป็นทหารสมัยของพระเจ้าตากสิน พอมาที่วัดก็จะรู้สึกว่าตัวเองเจ็บคน พอนั่งดูแล้วก็จะเห็น พอเห็นแล้ว ถ้าเขาทำเราให้ตายก็อโหสิให้เรา จะได้ไม่เป็นเวรเป็นกรรมกันอีก แต่ว่าถ้าเราทำให้เขาตาย ก็ให้เราขออโหสิกับเขา

วิธีปฏิบัตินำมาจากหลวงพ่อคง จตฺตมโล (ท่านอาราธณาพระพุทธเจ้าช่วย) แต่ตอนนี้ท่านปลงสังขารแล้ว แต่มีหลวงพ่อผิว ซึ่งเป็นผู้ติดตามของหลวงพ่อคง (จึงเรียกได้ว่าเป็นมือขวา) ได้รับหน้าที่เป็นผู้นำญาติโยมฝึกต่อ

วัดเขาสมโภชน์ เป็นที่ปฏิบัติธรรมเห็นกรรมเวรอดีตชาติทำกรรมอะไรไว้บ้าง
ชาตินี้ถึงส่งผลมาเป็นเช่นนี้ อยากรู้ไปค้นหา ปฏิบัติรู้ได้ด้วยตนเอง


- เป็นสถานที่ให้ความรู้ทางด้านกฎแห่งกรรม
- ไปไหว้พระอรหันต์ที่กลายเป็นหินบนยอดเขา
- ไปกราบมนัสการหลวงปู่คง อยู่ในโลงแก้วไม่เน่าไม่เปื่อย
- ไปทำบุญให้กับฝูงลิงที่นับวันมากขึ้นทุกที อาหารการกินน้อยลง
- ไปเที่ยวป่าเขาลำเนาไพร มีถ้ำและธรรมชาติที่สวยงาม
- ไปค้างจะมีบริการให้ครบหมดที่นอน หมอน มุ้ง กลด ผ้าห่ม
- อาหารจะเป็นมังสะวิรัติหมด ไม่มีเนื้อสัตว์
- เพียงแต่หอบสังขารและจิตคิดศรัทธาที่จะปฏิบัติเท่านั้น

Image
พระอุโบสถหลังใหม่ วัดเขาสมโภชน์
...............................................................................................



ความเป็นมา ของกรรมฐานธรรมะเปิดโลก

ความเป็นมาของกรรมฐานธรรมะเปิดโลก คือ กาลครั้งหนึ่งสมัยที่สมเด็จพระบวรนาถสมณโคดมยังทรงพระชนม์อยู่ ในกาลนั้นได้เสด็จขึ้นสู่ดาวดึงส์เทวสถานเพื่อโปรดพระพุทธมารดา ในวันที่เสด็จกลับจากดาวดึงส์ ได้มีพุทธศาสนิกชนจำนวนมากคอยรับเสด็จอยู่ ในครั้งนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงใช้พุทธานุภาพแสดงโลกทั้งสามให้ปรากฏ แก่พสกนิกรผู้เป็นศานุศิษย์ของพระพุทธชินสีห์ ประชาชนที่มารับเสด็จในวันนั้น ต่างก็ได้รับทิพยจักขุญาณ เห็นเทวโลก มนุษยโลก และอบายโลก พร้อมกัน กล่าวคือ เทวดาทั้งหลายก็เห็นมนุษย์และสัตว์ในอบาย มนุษย์ทั้งหลายก็เห็นเทวดาและสัตว์ในอบาย สัตว์ในอบายทั้งหลายก็เห็นทั้งมนุษย์และเหล่าเทวดา เรียกว่าทั้งสามโลกมองเห็นกันทะลุปรุโปร่ง

ในวันนี้พระพุทธคุณนั้นเป็นอานุภาพที่ไร้ขอบเขต ทรงฤทธานุภาพสูงสุดในจักรวาล ในวันนั้นเทวดามนุษย์และสัตว์เดรัจฉานทั้งปวงต่างๆ ก็ได้พบพ่อแม่ พี่น้อง ครูบาอาจารย์ มิตรสหาย และบริวารเก่าๆ ที่กำลังเสวยผลกรรมอยู่ในภพต่างๆ กัน เป็นทุกขเวทนาบ้าง สุขเวทนาบ้าง จึงเกิดเมตตาจิต อธิษฐานอโหสิกรรมผู้ที่ได้เคยกระทำชั่วต่อกันมาให้ได้พ้นจากบาป กรรมเวรเหล่านั้น

ในวันนั้นเอง มีผู้มีปัญญาเกิดความเบื่อหน่ายคลายความยินดีในภพชาติ หลุดพ้นจากอาสวะ สำเร็จเป็นพระอรหันต์เป็นจำนวนมาก จากนั้นมาธรรมะเปิดโลกก็มิได้ปรากฏในพระประวัติพระพุทธศาสนาอีกเลย จนกระทั่งเมื่อหลวงพ่อคง จตฺตมโล พุทธสาวกสมัยพุทธกาลนี้ ได้ถือเนกขัมมะวัตรเป็นบรรพชิตบำเพ็ญเพียรด้วยวิริยะอันแรงกล้า วิรัติแล้วจากการเบียดเบียนสัตว์ทั้งหลาย ทั้งโดยตรงและโดยทางอ้อม ตั้งแต่อยู่ในฆราวาสวิสัย ดำริมั่นที่จะออกจากกาม ได้จาริกเพื่อเจริญวิมุติญาณเข้าสู่โลกกุตระสภาวะมาโดยลำดับ

จนกระทั่งลุถึง ถ้ำอรหันต์ เขาสมโภชน์ ลพบุรี ท่านได้ปฏิบัติธรรมกรรมฐานเป็นอุกฤษฏ์ จนบังเกิดความตึงเครียดในทุกส่วนของประสาท ก็ยังไม่สำเร็จผลดังหวัง ทำให้รู้สึกท้อแท้ ท่านจึงน้อมจิตอธิษฐานว่า หากคุณพระพุทธเจ้ามีจริง ขอทรงมาโปรดให้ท่านมีดวงตาเห็นธรรมด้วยเถิด ในครั้งนี้เอง ก็มีปรากฏการณ์บังเกิดขึ้นกับหลวงพ่อ ท่านได้พบพระวิสุทธิสัมมาสัมพุทธเทพ และได้รับคำแนะนำในการปฏิบัติกรรมฐาน อาศัยบุญบารมีเก่าที่หลวงพ่อคงเคยเป็นหลวงพ่อร่วง ผู้รจนาคัมภีร์ไตรภูมิกถาไว้สั่งสอนปวงชนมาก่อน พระพุทธองค์จึงทรงประทานธรรมะเปิดโลกให้ เมื่อหลวงพ่อใช้กำลังสติปัญญาเข้าพิจารณาภูมิอันเป็นอาสวะแห่งงวัฏฏะแล้ว เกิดความเบื่อหน่ายคลายกำหนัด จิตใจมุ่งเข้าสู่ความบริสุทธิ์ สำเร็จวิสุทธิญาณในวันนั้นเอง

จากนั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบรมโลกเชษฐ์ได้ทรงประทานพุทธานุญาตให้ หลวงพ่อคงโปรดแสดงธรรมะเปิดโลกแก่พสกนิกรพุทธบริษัทได้ โดยอาราธนาพระพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ และอริยสังฆานุภาพ มาเป็นอำนาจเปิดโลก เพื่อให้พุทธบริษัทได้เข้าใจแจ้งเรื่องกรรมและกลไกของกรรมโดยถ่องแท้

กรรมฐานธรรมะเปิดโลก จึงได้รับการถ่ายทอดสาธิตจากหลวงพ่อคงนับตั้งแต่นั้นมา

Image

หลักการฝึก จิตแบบธรรมะเปิดโลก

ธรรมเปิดโลกเป็นอานุภาพที่พระพุทธเจ้าทรงใช้สมัยเสด็จลงจากดาวดึงส์ โดยใช้พุทธานุภาพเปิดโลกทั้งสามให้มนุษย์ เทวดา และเปรต นรก เห็นกันได้หมด จากนั้นก็ไม่มีปรากฏการณ์ทำนองนี้อีกเลยในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา

จนกระทั่งหลวงพ่อคงท่านปฏิบัติมหาสติปัฏฐานอยู่ที่ถ้ำอรหันต์ ลพบุรี หวังหลุดพ้นแต่ยังไม่หลุดพ้นสักที ท่านจึงอธิษฐานว่าหากพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มีจริงขอให้โปรดท่านให้มีดวงตาเห็นธรรมะและหลุดพ้นด้วยเถิด

และในที่สุดท่านก็ปฏิญาณว่าท่านได้พบพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์จริง และถึงฝั่งอรหันตภูมิแล้ว จึงประกาศธรรมะเปิดโลก แต่กำลังพระอรหันต์ไม่เท่าพระพุทธเจ้าที่จะสามารถทำให้เห็นด้วยตาเปล่าได้ แต่ทำให้เห็นด้วยญาณ และปรากฏการณ์ทางกายและจิตใจได้

ด้วยกายนี้เป็นที่ตั้งแห่งกรรมชรูป และจิตชรูป กรรมกิเลส ตัณหา และอวิชชามากมาย โดยมีจิตและเจตสิกเป็นผู้ทำงานร่วมพร้อมด้วยตลอดเวลา จึงให้ใช้กายเป็นฐานในการบำเพ็ญจิต เพื่อคลายอาสวะเหล่านั้นแห่งเจตสิกออกมา

เมื่อมีการกระทบกันของกาย จิต เจตสิก ย่อมเกิดการเคลื่อนไหว และการคลายตัวตามธรรมชาติ คลายมลทินต่างๆ ที่ฝังแน่นในอัตตาออกมาในรูปของการสะท้อน กายกรรม วจีกรรม มโนกรรมที่อัดแน่นอยู่ในตัวตน และเพื่อให้ปลอดภัยและรู้ในสิ่งที่เกิดขึ้น ท่านให้ถวายกรรม ถวายเวรให้แก่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ก่อน และให้อาราธนาพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพมาโปรดกำกับกระบวนการด้วย

ก่อนอื่นผู้ประสงค์จะเจริญกรรมฐานธรรมะเปิดโลก จะต้องถวายกรรม ถวายเวรให้กับพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆ์เจ้าก่อน เพื่อเป็นการอาราธนาอำนาจพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ลงมาโปรด หากไม่อาราธนาแล้วท่านจะไม่มายุ่งด้วย เพราะถือว่าเจ้าของไม่อนุญาต แต่เมื่อาราธนาแล้ว น้อมธรรมะมาใส่ตัว อานุภาพของพระพุทธเจ้าก็ดี พระธรรมเจ้าก็ดี พระสังฆเจ้าก็ดี จะลงมาโปรดเปิดโลกให้ได้รู้

วิธีภาวนา

เมื่อมอบกายถวายชีวิตต่อพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์แล้ว ต่อไปก็น้อมรับอำนาจพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ มาสถิตประสิทธิ์ประสาทในขันธสันดานของตน อำนาจวิสุทธิทิพย์จะเข้ามาเพื่อบุคคลน้อมเข้ามาใส่ตนเท่านั้น

ผู้ปฏิบัติพึงเฝ้าดูอาการของลมหายใจที่ลิ้นปี่ (ก้นปอด) ยามขยายตัวพองออกก็รู้แจ้งชัดว่าขยายพองตัวพองออก บริกรรมกำชับความรู้ตัวว่า “พองหนอ” เมื่อมันยุบแฟบลงก็รู้แจ้งชัดว่ายุบแฟบลง บริกรรมกำชับความรู้ตัวว่า “ยุบหนอ” นี่คืออานาปานสติฐานเดียว

เมื่อทราบวิธีการแล้วจึงลงมือปฏิบัติได้ โดยนั่งคู้บัลลังก์ เท้าขวาทับขาซ้าย หรือเท้าซ้ายทับขาขวา ก็ได้ตามถนัด เอามือขวาทับมือซ้าย หรือมือซ้ายทับมือขวา หรือประสานกันไว้วางบนหน้าตัก ตั้งกายให้ตรงดำรงสติให้มั่น

มองไปที่พระพุทธรูป บอกกับตัวเองว่า “บัดนี้ฉันได้ถวาย ร่างกายและชีวิตนี้ต่อพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆ์เจ้าแล้ว ต่อไปนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันจะปล่อยให้เป็นไปตามอำนาจแห่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ บัดนี้ฉันจะเจริญสมาธิ ให้นิ่งอยู่ด้วยความรู้ตัวทั่วพร้อม ฉันจะไม่สนใจเรื่องภายนอก ฉันจะไม่ยินดียินร้ายกับรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสที่อาจมากระทบ จะสนใจเพียงประการเดียวคือความรู้ตัวอันบริสุทธิ์เท่านั้น” จากนั้นค่อยๆ หลับตาลง

แล้วเริ่มสังเกตดูอาการของลมหายใจ เอาจิตจดจ่ออยู่ที่ลิ้นปี่ เฝ้าดูอาการของลมปราณอยู่อย่างปกติเฉย เมื่อมันพองออกก็บริกรรมว่า “พอง” เมื่อมันยุบก็บริกรรมว่า “ยุบ” ลมจะสั้นจะยาวจะช้าจะเร็ว อย่าเข้าไปบังคับมัน การเข้าไปบังคับลมหายใจจะทำให้ขาดความสมดุลในกระบวนการ อาจเกิดการอึดอัด เหนื่อยหอบ คอแห้ง เป็นต้น

ด้วยอำนาจของสตินั้นจะทำให้จิตถอนตัวออกจากขันธ์และอาการของขันธ์ เมื่อเราถอนจิตออกจากขันธ์ ขันธ์จะผ่อนคลาย และสงบเย็น สิ่งผิดปกติในขันธ์จะถูกกำจัดออกไปปรากฎเป็นอาการต่างๆ ก็ไม่ต้องใส่ใจ ไม่ตามและไม่ต้าน เสมือนขณะที่เรากวาดฝุ่นละอองออกจากบ้าน ฝุ่นกระจายฟุ้งไปเราก็ไม่คว้าฝุ่นนั้นไว้ หรือไล่ตามฝุ่นไปฉันใด ในยามที่เราชำระขันธ์ ความเครียดของกรรมเก่าคลายออกไป เราก็ไม่ต้องไปคว้ากรรมนั้นมาไว้อีก หรือไหลตามกรรมนั้นไปฉันเดียวกัน ปล่อยให้มันคลายออกไปตามกลไกธรรมชาติ เราพึงทรงสติรู้ดูเฉยอยู่ ขันธ์จะกระตุกเต้นก็ปล่อยไป แต่จิตจะไม่เข้าไปเต้นกระตุกด้วย ให้ทรงสติรู้อยู่ ด้วยวิธีนี้จิตจะถอนออกไป เมื่อกรรมนั้นคลายออกไปหมดก็เป็นอันสิ้นกรรมตัดเวรนั้นๆ ขาดไป แต่หากมีกรรมใหญ่ที่ไม่อาจคลายได้หมด หรือกรรมที่ตัดไม่ขาดเพราะยังมีเจ้ากรรมนายเวรจองล้างจองผลาญอยู่ ก็ให้เชิญเจ้ากรรมนายเวรมาแผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศล และทำพิธีอโหสิกรรม ตัดเวร เพื่อเปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตรเสีย

Image
รูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อคง จตฺตมโล
...............................................................................................



ชำระขันธ์ เพิ่มพลังอำนาจ

การคลายกรรมและตัดกรรมออกไปด้วย จะทำให้ขันธ์ของท่านสะอาดโปร่งเบาขึ้น เมื่อใจสงบลง องค์ประกอบภายในอันได้แก่ กาย เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ก็จะจัดเรียงตัวกันใหม่ให้เป็นระเบียบยิ่งขึ้น นำมาซึ่งความมั่นคง แข็งแรง และมีพลังอำนาจ

ความตึงเครียดทั้งหลายทั้งที่เครียดเพราะติดดี และติดเลว สามารถเอาออกจากขันธ์ได้โดยการลดความเร่าร้อนของจิตใจลง เมื่อใจสงบลงแล้ว อุณหภูมิของกายก็จะค่อยๆ ลดลง ขันธ์ต่างๆ ก็จะสงบลงระบบต่างๆ จะค่อยๆ จัดเรียงตัวกันใหม่ให้เป็นระเบียบ ช่วงนี้อาการเครียดอันแปลกปลอมอยู่ในร่างกายก็ดี ใจก็ดี จะเริ่มคลายออก ซึ่งอาจจะออกทางกายบ้าง ทางวาจาบ้าง ทางใจบ้าง

ทางร่างกาย เช่น ชาตามมือตามเท้า เกร็งทั้งตัว สั่น แน่นหน้าอก รู้สึกเสียวไปทั่วสารพางค์กาย ปวดศีรษะ ปวดเอว เมื่อยหลัง ฯลฯ ซึ่งอาการเหล่านี้เกิดจากอำนาจผลกรรมของการฆ่าสัตว์ เบียดเบียนสัตว์ ลักทรัพย์ ฉ้อโกง ประพฤติผิดในกาม และดื่มน้ำเมา เสพสิ่งเสพติด

ทางวาจา เช่น ร้องไห้ ร้องเพลง ส่งเสียงเอิ๊กอ๊าก ร้องด่าผู้อื่น โอดครวญคราง สารภาพผิด ฯลฯ ซึ่งอาการเหล่านี้เกิดจากอำนาจผลกรรมของการพูดปด พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ พูดล้อเลียน

ทางใจ เช่น รู้สึกอึดอัด มือตื้อ รู้สึกวาบหวิวเหมือนตกจากที่สูง ฯลฯ ซึ่งอาการเหล่านี้เกิดจากอำนาจผลกรรมทางใจที่โลภ โกรธ และหลงใหล งมงาย ขาดปัญญา

เมื่อจิตเริ่มเป็นสมาธิ อาการเหล่านี้จะเริ่มคลายออกมา หากมีอาการใดเกิดขึ้น นักปฏิบัติไม่ต้องตกใจ ปล่อยให้มันเกิด ไม่ตาม ไม่ต้าน ทรงสติมั่นรู้อยู่ เข้าใจอยู่ว่านั่นสักแต่ว่าเป็นผลกรรม ไม่เป็นตน เป็นทุกข์ ไม่เที่ยง เรารู้แล้วว่าทำชั่วได้ชั่วจริง ต่อไปนี้ชีวิตเราจะไม่ทำกรรมชั่วอีกแม้แต่น้อย ตั้งใจให้แน่วแน่เด็ดเดี่ยวแล้วอาการจะค่อยๆ หายไปเอง ที่สำคัญอย่าออกจากสมาธิในขณะที่มีอาการเพราะจะทำให้อาการนั้นค้างอยู่ใน ชีวิต ควรนั่งต่อไปจนอาการนั้นหายไปจึงค่อยออกจากสมาธิ

Image

สมาธิควบคู่ กับการงาน

การประกอบการงานเป็นกุศโลบายที่สำคัญมากที่จะประคองสมาธิไว้กับจิตใจให้ตั้ง มั่นตลอดเวลา นำพลังอำนาจของสมาธิมาใช้ประกอบการงานทำให้ผลงานมีประสิทธิภาพ นำพลังอำนาจของสมาธิมาใช้ประกอบการงานทำให้ผลงานมีประสิทธิภาพ ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างราบรื่นมีความเจริญทั้งในทางโลก และทางธรรม การเจริญสมาธิควบคู่กับการงานจึงเป็นตบะที่ทุกคนควรต้องฝึกหัดบำเพ็ญให้เป็น ที่ยิ่ง

การเจริญสมาธิควบคู่กับการงานนั้นควรบำเพ็ญสลับระหว่างนั่งกรรมฐาน และการออกสู่การงาน โดยนำอำนาจจิตที่เจริญขึ้นในระหว่างการภาวนานั้น มาใช้ประกอบการงานสรรค์สร้างความผาสุกให้กับสังคม เริ่มด้วยการออกจากกรรมฐานอย่างสำรวมระวัง รักษาสติอยู่เสมอในทุกๆ อิริยาบถที่เคลื่อนไหวไป อำนาจสมาธิก็จะตั้งมั่นแนบแน่นอยู่ในจิตใจ ด้วยการฝึกกรรมฐานแล้วออกมาผประกอบการงานนั้น เสมือนหนึ่งการย้อมผ้า เมื่อเรานำผ้าไปจุ่มสีแล้วก็เอาขึ้นมาตากแดด เมื่อตากแดดแรกสีย่อมจางไปบ้าง จึงเอาไปจุ่มสีอีก ตากแดดที่สองก็จางลงอีกเล็กน้อย จึงเอาไปจุ่มสีอีก จุ่มอีกตากแล้ว ตากแล้วจุ่มอีกเช่นนี้ จนสีแนบแน่นติดเนื้อผ้าจนเป็นเนื้อเดียวกัน ครานี้แม้จะนำผ้าไปตากแดดสักเท่าใดสีก็ไม่เสียไป

การฝึกกรรมฐานแล้วออกมาประกอบการงานก็เช่นกัน เมื่อมากระทบกับปัญหาในการทำงานครั้งแรกอาจจะรู้สึกว่าจิตหวั่นไหวเสียสมาธิ ไปบ้าง ก็เข้ากรรมฐานอีก เข้ากรรมฐานแล้วออกมาทำงานอีกเช่นนี้ตลอดไปในที่สุด จิตใจก็จะมั่นคงในทุกขณะของชีวิต แม้ระหว่างประกอบการงานหรือเผชิญคลื่นปัญหาที่รุนแรงเพียงใดก็ไม่ไหวหวั่น ที่สำคัญคือเมื่อออกจากกรรมฐานให้ประคองสติสัมปชัญญะไว้ด้วยความสำรวมระวัง และประกอบการงานหรือเผชิญคลื่นปัญหาที่รุนแรงเพียงใดก็ไม่ไหวหวั่น

การจะพัฒนาจิตใจให้ก้าวหน้าไปสู่ความสมบูรณ์ได้นั้น พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า จะต้องบำเพ็ญเป็นที่สม่ำเสมอ ดังนั้นจะหายใจทิ้งไปทำไมเปล่าๆ เล่า ควรเจริญสติ สมาธิ ไปด้วยทุกลมหายใจดีกว่าจะได้คุณประโยชน์อันเป็นอเนกอนันต์

ยามคิด คิดด้วยความสุขุม เปี่ยมด้วยเจตนาดีต่อสรรพสัตว์น้อยใหญ่ทั้งปวงโดยส่วนรวม
ยามพูด พูดด้วยใจอันอ่อนโยน การุณย์
ยามกระทำ ก็ทำด้วยใจดี มีปัญญาใคร่ครวญในทุกกิจที่กระทำ

เมื่อปฏิบัติด้วยดีแล้ว การงานทั้งหมดจะสำเร็จด้วยใจ มีใจเป็นใหญ่ขับเคลื่อนอำนาจสู่การกระทำ เพื่อสร้างสรรค์งานให้สำเร็จลุล่วงด้วยเจตนาอันบริสุทธิ์

นักปฏิบัติควรฝึกหัดกระทำดังนี้เสมอๆ ก็จะพบความมหัศจรรย์ของชีวิต พบคุณค่าแท้จริงของจิตใจ มีอำนาจภายในตั้งมั่นอยู่อย่างไม่เสื่อมสลาย

Image

ระเบียบการ พำนักปฏิบัติธรรมในวัดเขาสมโภชน์

ผู้ที่จะประสงค์จะพำนักปฏิบัติธรรมในวัดเขาสมโภชน์ โปรดศึกษาระเบียบปฏิบัตินี้ให้เข้าใจ ดีเสียก่อน เพื่อความกลมเกลียวกันในหมู่คณะ

1. ทุกท่านมีสิทธิเข้ามาศึกษาปฏิบัติธรรม และพำนักในวัดเขาสมโภชน์ ได้เป็นเวลา 15 วัน หากท่านใดประสงค์จะอยู่เกิน 15 วัน โปรดขออนุญาตจากคณะสงค์ ก่อนโดยกรอกในสมัคร ที่แผนกทะเบียนแล้วนำไปยื่น ความจำนงต่อเจ้าอาวาส

2. นักปฏิบัติธรรมพึงอาศัยเสนาสนะตามที่ทางวัดจัดให้หากต้องการเปลี่ยนแปลงโยก ย้าย ให้ขออนุญาติเจ้าหน้าที่ก่อน เมื่อพำนักอาศัยแล้ว หากประสงค์ จะต่อเติมอาคารสถานที่ ต้องได้รับการสวดประกาศอนุมัติจากสงฆ์ก่อน ตามธรรมวินัย

3. ผู้พำนักอยู่ในวัดทุกท่าน ต้องดูแลความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของที่อยู่อาศัยให้ดีอยู่เสมอ ทั้งในกุฏิ วิหาร ห้อง คูหา และตามต้นไม้

หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าไม่สะอาด หรือไม่เรียบร้อย ครั้งแรกตักเตือน หากพบเป้นครั้งที่สอง บุคคลนั้นจะไม่มีสิทธิ์อยู่พำนักในวัดเขาสมโภชน์อีกต่อไป

4. ผู้ที่ต้องการจำพรรษาที่วัดเขาสมโภชน์ ต้องแจ้งความจำนงต่อเจ้าอาวาสล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน รายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าจำพรรษาในวัดเขาสมโภชน์จะติดประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ล่วงหน้าก่อนเข้าพรรษาอย่างน้อย 15 วัน

5. ในระหว่างพำนักอยู่ การหยิบยืมของใช้ ของทางวัด ให้ยืมได้ที่เจ้าหน้าที่ ผู้รับผิดชอบ เมื่อจะกลับให้นำเครื่องใช้ ที่ยืมไปมาส่งด้วยตนเอง มิฉะนั้น จะไม่ได้รับหนังสือสุทธิหรือบัตรประชาชนคืน ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ท่านเป็นหนี้สงฆ์ เพราะการเป็นหนี้สงฆ์ จะทำให้ชีวิตขัดสนไม่ร่ำรวย

6. ห้ามเข้าเขตหวงห้ามตามที่หลวงพ่อบอก หรือคณะสงฆ์ประกาศห้าม

7. ต้องเข้าร่วมประชุมบำเพ็ญศาสนกิจ ตามที่กำหนดไว้ โดยพร้อมเพรียงกัน

8. ห้ามเสพหรทอสะสม บุหรี่ หมาก สุรา ยานัตถ์ หรือสิ่งมึนเมาต่างๆ โดยเด็ดขาด ถ้าฝ่าฝืนจะนิมนต์ออกนอกวัด

9. การเทเศษอาหารหรือขยะมูลฝอยอื่นๆ ต้องเทในที่จัดไว้เท่านั้น

กำหนดเวลา ปฏิบัติกิจ

03.00 น. ตื่นนอน ทำกิจส่วนตัว ประชุมพร้อมกันที่วิหารเอนกประสงค์
04.00 น. ทำวัตรเช้า เจริญภาวนา
06.00 น. พระภิกษุ สามเณร โคจรบิณฑบาต
เถร ชี อุบาสก อุบาสิกา ทำความสะอาด ที่อยู่อาศัยและลานวัด
08.00 น. ฉันภัตตาหารบนหอฉันบูรพาจารย์
10.00 น. ตามอัธยาศัย
12.30 น. ประชุมภาวนาที่วิหารอเนกประสงฆ์ จตฺตมโล
15.00 น. ทำงานส่วนร่วมตามที่สงฆ์ มอบหมายให้
18.30 น. ทำวัตรพระเจริญภาวนาพร้อมกันบนวิหารเอกนกประสงค์ จตฺตมโล
21.00 น. ทำวัตรเย็น
22.00 น. ดับไฟ-เข้านอน

ติดต่อสอบถามฝ่ายธุรการวัด โทร. 081-216-5168

การเดินทาง

การเดินทางจากกรุงเทพฯ ขึ้นวงแวนรอบนอกไปลงสระบุรี แล้วขับรถตรงไปตลอดจนถึงแยก พุแค มันจะมีโค้งซ้ายกับโค้งขาว ให้เราโค้งซ้าย และขับตรงไปเรื่อยๆ จนถึงแยกม่วงค่อมให้เลี้ยวขวา ขับตรงไปอีกประมาณ 20 กม. ก็จะเห็นป้ายบอกวัดเขาสมโภชน์ ให้เลี้ยวซ้ายอีกประมาณ 10 กม. ก็จะเจอทางเข้าวัด (ให้สังเกตุโรงเรียนวัดเขาสมโภชน์) ให้เลี้ยวขวาเข้าก็จะถึงวัด แล้วอีกประมาณ 3 กม.

การโดยสารรถตู้จากกรุงเทพฯ รถตู้กฤตบริการ
วัดเขาสมโภชน์-กรุงเทพฯ (จอดในวัดเขาสมโภชน์)
คันที่ 1 ออก 07.00 น. ถึง 10.30 น.
คันที่ 2 ออก 07.45 น. ถึง 11.30 น.

กรุงเทพฯ-วัดเขาสมโภชน์ (จอดหน้าโรงพยาบาลราชวิถี) หน้าอนุสาวรีชัยสมรภูมิ
คันที่ 1 ออก 11.00 น. ถึง 14.30 น.
คันที่ 2 ออก 14.00 น. ถึง 17.30 น.

Image
แผนที่วัดเขาสมโภชน์
...............................................................................................



ผู้ให้ข้อมูล : ศิษย์หลวงพ่อคง จตฺตมโล
 

_________________
-- การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง --

แก้ไข ล่าสุดโดย admin เมื่อ 02 ส.ค. 2006, 10:06 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Emailชมเว็บส่วนตัว
admin
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 15 ธ.ค. 2004
ตอบ: 1623

ตอบตอบ เมื่อ: 18 เม.ย.2006, 12:06 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image
หลวงพ่อคง จตฺตมโล
...............................................................................................



ชีวประวัติของหลวงพ่อคง จตฺตมโล

หลวงพ่อคง จตฺตมโล ท่านมีนามเดิมว่า คง นามสกุล บุญเอก ท่านถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๐ เดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๖ ตรงกับวันอังคาร ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ ปีฉลู ณ หมู่บ้านโนนพุดซา ตำบลกระชอน อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา โยมบิดาของท่านมีนามว่า ดี โยมมารดามีนามว่า แจ้ง นามสกุล บุญเอก มีอาชีพกสิกรรมทำนาทำไร่ ท่านถือกำเนิดเกิดมาเป็นทายาทคนที่ ๒ ในบรรดาพี่น้องทั้งหมด ๙ คน จนถึงปัจจุบันนี้ ก็มีแต่พวกน้องๆ ที่เป็นหญิง ซึ่งมีเพียง ๖ คนเท่านั้นที่ยังมีชีวิตอยู่ นอกจากนั้นถึงแก่กรรมไปตามกาลเวลา

ในด้านการศึกษา ในปฐมวัยหลวงพ่อเคยเป็นเด็กวัดหัดเรียนเขียนอ่านอักษรธรรม อักษรขอม และอักษรไทย ในระยะเวลา ๒ ปี แต่จำต้องมาช่วยบิดามารดาในการประกอบอาชีพกสิกรรมทำไร่ไถนา

ต่อมาเมื่ออายุครบกำหนด ๒๐ ปี จึงได้มีการเข้าวัดไปเป็นนาค แล้วได้รับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ท่านได้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมอยู่เป็นเวลา ๓ พรรษา และได้ขออนุญาตจากโยมบิดามารดาเพื่อเดินทางลงมาศึกษาต่อที่กรุงเทพมหานคร แต่ท่านก็ไม่ได้รับอนุญาตจากโยมบิดามารดา ท่านจึงไม่มีโอกาสเดินทางลงมาศึกษาเล่าเรียนดังที่ตั้งใจไว้

ดังนั้น ท่านจึงลาสิกขาจากเพศบรรพชิตออกไปดำรงวิถีชีวิตอยู่ในเพศฆราวาสวิสัย ซึ่งในที่สุดท่านก็ได้แต่งงานมีครอบครัวไป โดยตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่ที่อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ท่านมีบุตรธิดารวมทั้งหมด ๗ คน แต่ถึงแก่กรรมไปแล้วตั้งแต่เด็กๆ ๑ คน จึงยังคงเหลือบุตรธิดาที่มีชีวิตอยู่ต่อมาเพียง ๖ คนเท่านั้น ซึ่งทุกคนต่างก็ได้แต่งงานมีครอบครัวเป็นหลักปักฐานไปหมดทุกคนแล้ว

ต่อมาในช่วงเวลาที่หลวงพ่อคงท่านยังอยู่ในเพศฆราวาส ในปี พ.ศ. ๒๕๐๔ นั้น ก็ได้มีพระคุณเจ้า หลวงพ่อพระมหาธนิต ปญญาปสุโต ปธ. ๙ นักวิปัสสนาจารย์ชื่อดังได้เดินธุดงค์มา และได้เข้าจำพรรษาสอนวิปัสสนาแก่ญาติโยม อุบาสกอุบาสิกา และพุทธศาสนิกชนทั่วไปที่อยู่วัดบัวใหญ่ อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นเวลาที่หลวงพ่อคงยังเป็นอุบาสกคงอยู่นั้นเอง ท่านเป็นคนหนึ่งที่ได้น้อมกายใจเข้าไปรับการปฏิบัติธรรมเจริญวิปัสสนา กรรมฐานกับหลวงพ่อพระมหาธนิตอย่างเคร่งครัดอยู่เป็นเวลาถึง ๗ ปี

เมื่อมีศรัทธาแก่กล้า อุบาสกคง บุญเอก จึงได้ตัดสินใจสละเหย้าเรือนออกไปมอบกายถวายตนเข้ารับการอุปสมบทเป็นภิกษุใน พระพุทธศาสนาอีกหน ณ พัทธสีมาวัดบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๑ โดยมีพระเดชพระคุณท่านคุณพระปทุมญาณมุนี วัดบัวใหญ่ อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เป็นพระอุปัชฌาย์ซึ่งเป็นผู้ทำการอุปสมบทให้

ต่อมาหลังจากออกพรรษาแล้ว ตกมาถึงปี พ.ศ. ๒๕๑๖ หลวงพ่อได้ดำรงปฏิปทาเป็นพระป่าออกสัญจรธุดงค์ไปตามป่าเขาลำเนาไพรอยู่ เรื่อยมา จนลุถึงซึ่งดินแดนถิ่นป่าใหญ่ มวลหมู่พฤกษาร่มรื่นน่าอภิรมย์ ซึ่งเป็นสถานที่ถูกกับจริยวัตรสำหรับนักปฏิบัติธรรมในการเจริญภาวนากรรมฐาน หลวงพ่อคงท่านได้เข้าอาศัยอยู่ในถ้ำพระอรหันต์ตามนิมิต ได้ทำการเจริญจิตภาวนา แล้วก็เลยอยู่จำพรรษา ณ สถานที่วิเวกแห่งนั้น ในพรรษาที่ ๖

และแล้วหลวงพ่อคงท่านก็ได้ยึดสถานวิเวกแห่งนั้น ในการปฏิบัติธรรมอยู่จำพรรษาเรื่อยมาจนถึงกาลเวลามรณภาพไปด้วยอาการอันสงบ ในวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ ณ โรงพยาบาลศิริราช อายุรวมกันได้ ๘๐ ปี ๙ เดือน ๓ วัน ๒๖ พรรษา

สถานที่ปฏิบัติธรรมที่หลวงพ่อคงธุดงค์มาพบตามนิมิตนั้น มันเป็นสถานที่มีสมญานามตามที่พุทธศาสนิกชนทั้งหลายได้รู้จักกันแล้วใน ปัจจุบันว่า เขาสมโภชน์ ซึ่งเป็น ธรรมสถานแห่งการปฏิบัติธรรมนามอุโฆษ สำหรับพุทธศาสนิกชนคนทั่วประเทศได้หลั่งไหลกันมาชุมนุมปฏิบัติธรรม ชื่นชมพุทธบารมีพระเจ้าเปิดโลกกับอย่างคับคั่งในปัจจุบันนี้

Image
พระครูภาวนาวิสุทธิ (ผิว วณฺณคุตฺโต)
...............................................................................................



ชีวประวัติของพระครูภาวนาวิสุทธิ (ผิว วณฺณคุตฺโต)

พระครูภาวนาวิสุทธิ (ผิว วณฺณคุตฺโต) มีฐานะเป็นศิษย์เอกของหลวงพ่อคง จตฺตมโล ท่านพระครูภาวนาวิสุทธิหรือพระอาจารย์ผิว วณฺณคุตฺโต ท่านทำหน้าที่เจ้าอาวาสวัดเขาสมโภชน์ เป็นรูปแรก และดำรงตำแหน่งนั้นมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน จะกล่าวถึงภูมิหลังความเป็นมาของพระคุณเจ้าย่อๆ ดังนี้

ท่านพระครูภาวนาวิสุทธิได้ถือกำเนิดเมื่อวันที่ ๑ เดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๔ ณ หมู่บ้านหนองไร่ ตำบลสาหร่าย อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา มีการศึกษาจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ มีนามกรเดิมว่า ผิว นามสกุล อินนอก

ต่อมาเมื่ออายุได้ ๒๑ ปี ในวันที่ ๒๕ เดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ท่านได้เข้ารับการอุปสมบทเป็นภิกษุในพระพุทธศาสนา ณ พัทธสีมาวัดโพธิศรีบรรจง ตำบลตลาดไท อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา ท่านได้รับฉายาจากพระอุปัชฌาย์เป็นภาบาลีว่า วณฺณคุตฺโต เมื่อได้รับการอุปสมบทแล้ว ท่านก็มีมีนามเป็นที่รู้จักกันทั่วในหมู่พระภิกษุสงฆ์สามเณรด้วยกันว่า พระภิกษุผิว วณฺณคุตฺโต

จากนั้นท่านก็ได้จรลีติดสอยห้อยตามหลวงพ่อคง ตรงไปตามเถื่อนถ้ำเขตคูหาในเขตป่าเขาลำเนาไพรทุกแห่งหนต่อไป จนในที่สุดด้วยเมตตาอุปการะจากพระครูเจ้าหลวงพ่อคงเสมอมา หลังจากสำนักสงฆ์แห่งนั้นกลายเป็นวัดสมบูรณ์แล้ว ท่าน “วณฺณคุตฺโต ภิกฺขุ” จงได้รับบรรลุการเสียสละได้รับการยกฐานะจากหลวงพ่อคงให้ท่านขึ้นดำรงตำแหน่ง เป็นเจ้าอาวาส “วัดเขาสมโภชน์” ในธรรมสถานบันลือแห่งนี้ ในวันที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๙

แต่พอย่างเข้าวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ด้วยพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ท่านก็เข้าดำรงฐานะได้รับสมณศักดิ์เป็น “พระครูภาวนาวิสุทธิ” ซึ่งมีความหมายว่า “ผู้มีความบริสุทธิ์หลุดพ้นจากมลฑินไปได้ด้วยอำนาจแห่งการเจริญภาวนา” ต่อมาในเวลาเพียงหนึ่งพรรษา คือในวันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ ตำแหน่งการปกครองสงฆ์ก็ตกมา ท่านจึงได้ดำรงตำแหน่งอยู่ในฐานะเป็นเจ้าคณะตำบลเกาะรัง อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ด้วยประการะฉะนี้

ความคิดเห็น

  1. 1
    อารีรัตน์ ชัยจิรวงศื
    อารีรัตน์ ชัยจิรวงศื aree_bang@hotmail.com 25/10/2010 09:54

    หนูชอบวัดเขาสมโภชน์มากค่ะ และรักวัดนี้มากค่า มีเวปไซด์ขของวัดเขาสมโภชน์โดยตรงป่าวค่า อยากให้มีเสียงเทศของหลวงปู่และหลวงเพ่อเจ้าอาวาสคะ และเสียงบทสวดต่างๆๆๆค่า
    อยากทราบว่าที่วัดเขา จะมีการบูชาพญานาควันไหนคะ และกำหนดการค่า ขั้นตอน่ของานอะค่า รบกวนพระคุณเจ้าคะ

  2. 2
    อารีรัตน์ ชัยจิรวงศ์
    อารีรัตน์ ชัยจิรวงศ์ aree_bang@hotmail.com 25/10/2010 10:00
    กราบนมัสการพระคุณเจ้าค่ะ หนูอยากให้วัดเขาสมโภชน์มีเวปไซด์เสียงสวดมนต์ และเทศนาของหลวงปู่และ พระอาจารย์เจ้าอาวาส ค่ะ
    หนู่รักและชอบวัดเขามาก คะ  สถานทีร่นี้รู้สึกผูกพันธ์คะ
    หนูอยากทราบรายละเอียดเกียวกับงานที่จะมีเพือนพฤศจิกายน ค่ะ ขั้นตอนของงานคะ ถ้าหนูมีโอกาสและสดวกหนูจะไปค่ะ
    งานบูชาพญานาค หรือป่าวไม่แน่ใจคะ มีโอกาสและเหมาะสมหนูจะไปค่า
  3. 3
    ผู้ศรัทธาหลวงปู่
    ผู้ศรัทธาหลวงปู่ ch_709meaw@hotmail.com 01/05/2011 19:06
    การหลับตาและกำหนดลมหายใจเข้าออก ช้าหรือเร็วโดยไม่บังคับที่หลวงปู่ได้สอนไว้นั้น ถือว่าเป็นวิธีที่ถูกต้องตามหลักของการวิปัสนากรรมฐาน แต่มีแม่ชีท่านหนึ่งที่นำวิธีตัดกรรมของหลวงปู่มาเผยแพร่ ด้วยวิธีการหายใจเข้าออกแบบเร็วและแรงโดยโยกตัวเหวี่ยงตัวแบบแรงและให้บังคับลมหายใจเข้าออกแบบแรงๆตลอดเวลาจนเกิดอาการปวดเมื่อยเกร็งตามกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง มีอาการอึดอัดคอแห้ง แล้วบอกว่านั่นคือเจ้ากรรมนายเวรมาเอาคืน ขณะที่ทำไม่มีสมาธิไม่มีอาการสงบทางใจ มีแต่ความผิดหวังคิดว่าไม่น่าเลย  อยากถามว่า จริงๆแล้วที่หลวงปู่สอนวิธีสมาธิภาวนาแบบ "ธรรมเปิดโลก" นั้นของแท้เป็นอย่างไร ใครทราบช่วยตอบที
  4. 4
    แอนดี้
    แอนดี้ anndyyyyy30@hotmail.com 19/06/2011 22:56

    ไปมาแล้วคะดีมากเลย ตอนแรกก็ไม่เชื่อแต่พอเห็นกับตาแล้วเชื่อเลยเพราะตัวเองก็นั่งร้องไห้ออกมาโดยไม่รู้ตัวคะ

  5. 5
    TAROT
    TAROT 08/07/2011 14:28
    แก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคือ "ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว" การเห็นกรรมใครบางคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องของอดีตไม่เห็นต้องกลับไปรื้อฝื้น..อยู่กับปัจจุบันนั่นแหละดี
    แต่ถ้าพูดตามหลักแล้ว คุณรู้หรือเปล่าว่าที่ปัจจุบันนี้มีอะไรเกิดขึ้นกับชีวิตเราก็โทษว่ามันคือ "กรรม" แต่เราไม่เคยรู้เลยว่า..ที่จริงแล้วเราเคยทำกรรมอะไรไว้
    จึงต้องเจอเรื่องทุกข์ใจแบบนี้ ... ธรรมะเปิดโลกของหลวงพ่อคง จะช่วยทำให้ท่านกระจ่างด้วยตัวเองว่า บุญและกรรมมีจริง ด้วยการปฏิบัติเองและรู้เอง...
    สิ่งนี้คือ สิ่งที่พระพุทธเจ้าได้เทศนาสั่งสอนไว้ในพุทธกาลว่า "ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเรา" อย่าเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ได้เห็น แต่จงเชื่อเพราะตัวเราได้ปฏิบัติเองครับ
    หนทางที่จะไปสู่นิพพานมีได้หลายวิธีแต่ขึ้นอยู่กับจริตของแต่ละท่านว่า วิธีไหนคือสิ่งที่เหมาะกับตัวเรามากที่สุด เหมือนกับการเดินทางไปที่ใดสักแห่งหนึ่ง..
    มีทั้ง จักรยาน...รถ..เรือ..เครื่องบิน อยู่ที่ว่าท่านจะเลือกพาหนะใดในการเดินทางครับ แต่สุดท้ายก็จะถึงที่หลายเหมือนกัน ต่างกันก็แค่จะช้าหรือเร็วครับ..


    อนุโมทนากับทุกท่านที่ได้ไปวัดนี้แล้วมีความระลึกต่อบุญและบาป...พร้อมทั้งจะตั้งต้นมุ่งหน้าทำแต่ความดีต่อไปครับ ^_^
  6. 6
    boby
    boby bayy-23@hotmail.com 20/08/2011 16:57
    ขอกราบนัสการพระคุณเจ้าค่ะ   หนุชอบและรุ้สึกผูกพันกับวัดเขาสโภชมากค่ะ
    ก็ไม่รู้เป็นเพราะอะไรเหมือนกัน  ทุกครั้งที่ไปปฏิบัติที่วัด  พอถึงวันกลับหนู้จะต้องร้องให้ทุกครั้งที่ไป
    หนูรู้สึกผูกพันจนบอกม่ถูก  หนูก็ไม่รู้ว่าจะไปถามใครเหมือนกัน
    และทุกครั้งที่หนูอยู่ที่บ้านแล้วเปิดเพลงหลวงพ่อ  หนูก็ต้องร้องให้ทุกครั้งเหมือนกัน
    มีใครที่ช่วยตอบหนูได้บ้างคะ
  7. 7
    สิริมา  ถิรศ้กดิ์ขจร
    สิริมา ถิรศ้กดิ์ขจร yokkaplol@holmail.com 10/09/2011 14:05
  8. 8
    pong
    pong pong_papakdee@hotmail.com 12/09/2011 16:43
  9. 9
    สหรัฐ
    สหรัฐ jew-potato@hotmail.com 17/09/2011 20:00
  10. 10
    สหรัฐ
    สหรัฐ jew-potato@hotmail.com 17/09/2011 20:03

    ผมเคยไปสนุกดี

 1  2  3  4  5 [Next]

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

view